การใช้งาน Chromecast 3rd Gen

Posted by jane 20/05/2020 0 Comment(s)

Chromecast 3rd Gen

 

Chromecast จะรับคำสั่งจากสมาร์ทโฟนหรือคอมของเราว่าต้องการให้มันไปรับข้อมูลจากที่ไหนมาเล่น จากนั้นมันก็จะไปติดต่อกับทาง Server ปลายทางและรับส่งข้อมูลทั้งหมดด้วยตัวมันเอง

หลังจากที่ Android หรือ iOS ของเราสั่งงาน Chromecast ไปเสร็จเรียบร้อย เราสามารถพักหน้าจอ สลับแอปไปทำอย่างอื่น หรือว่าจะปิดเครื่อง ออกจาก WiFi ไปเลยก็ได้

เพราะที่เหลือทาง Chromecast จะเป็นคนจัดการทั้งหมดต่อให้เอง ดังนั้นสมาร์ทโฟนของเราก็ไม่ต้องเปลืองแบตแม้แต่นิดเดียว เพราะไม่ต้องใช้งานต่อจากนั้นอีกครับ

ปิดโทรศัพท์ไปเลยก็ยังได้ครับ ไม่เกี่ยวกันแล้ว เราใช้โทรศัพท์เป็นตัวสั่งงานมันเฉยๆ

ข้อดี

- เปลี่ยนทีวีธรรมดาให้สมาร์ทยิ่งขึ้น

- ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบามาก

- การติดตั้งและ Set Up ครั้งแรกค่อนข้างง่าย และไม่ซับซ้อน

- การแคสคอนเทนท์ต่างๆทำได้รวดเร็ว

- สามารถใช้ไวไฟที่ปล่อยจากสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้

- รองรับการทำงานร่วมกับ Google Home Mini, Google  Nest MiniGoogle Home Hub

 

รายละเอียดสินค้า

เอาต์พุตเสียง / วิดีโอ: HDMI

ระบบปฏิบัติการ: Linux ประเภท: Digital Media Streamer

การโต้ตอบแบบหลายหน้าจอ: DLNA, Airplay, Miracast, Chromecast

แอพพลิเคชั่นมาตรฐาน: 

เพลง (MP3, WMA, WAV, OGG, AAC ฯลฯ ),

เครื่องเล่นวิดีโอ (MPEG @, MPEG4, AVI, WMV, MKV, MOV, RM, RMVB)

แกลเลอรี: JPG, BMP, PNG ฯลฯ

ทำงานร่วมกับ Google Chrome และ Home APP

สนับสนุน Chrome / Airplay / DLNA / Miracast

ใช้งานร่วมกับโทรศัพท์แท็บเล็ตโน้ตบุ๊ก

เข้ากันได้กับ iOS, Android, Mac OS และ Windows

สิ่งที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า

 

- Gen 3 ชิปประมวลผลทำงานไวขึ้น 15%

- Gen 3 รองรับความระเอียด 1080P 60fps  / Gen 2 1080P 30fps

 

Review : การใช้งาน Chromecast 3rd Gen

 

 

อุปกรณ์ Chromecast 3rd

- Adapter

- Micro USB

- User Guide

 

มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้น และมีผิวสัมผัสด้าน ให้สัมผัสที่ดี

และมีการสลักโลโก้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ‘’G’’ บริเวณตรงกลาง ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google ด้านข้างมีปุ่ม 1 อันไว้กดรีเซ็ทอุปกรณ์ และมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน 

 

สิ่งที่ต้องมีเพื่อเริ่มต้นใช้งาน

- อุปกรณ์ Chromecast
- แอป Google Home Google Home app  เวอร์ชันล่าสุด
- บัญชี Google
- อุปกรณ์แสดงผลที่มีช่อง HDMI เช่น ทีวีความละเอียดสูง (HDTV)
- โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
- โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตที่ใช้งานร่วมกันได้ต้องรองรับการเชื่อมต่อ 2.4GHz และ 5 GHz เพื่อตั้งค่า Chromecast ผ่านการเชื่อมต่อ 2.4GHz และ 5 GHz หมายเหตุ: ไม่รองรับเครือข่าย WPA2-Enterprise
- ตรงตามข้อกำหนดของระบบปฏิบัติการ (OS) ขั้นต่ำในการเรียกใช้แอป Google Home Google Home app
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- การเข้าถึงเครือข่ายไร้สายที่ปลอดภัย คุณจะต้องมีรหัสผ่านของเครือข่ายไร้สายนั้น
- ความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของฟีเจอร์ บริการ และแอปพลิเคชันบางอย่างขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และเครือข่าย และอาจไม่พร้อมใช้งานในบางพื้นที่ อาจต้องมีการสมัครใช้บริการ รวมถึงมีข้อกำหนด เงื่อนไขและ/หรือค่าบริการเพิ่มเติม

SET UP / การตั้งค่าใช้งานครั้งเเรก

 

การตั้งค่าสำหรับการใช้งานครั้งเเรก เพียงเสียบตัว Chromecast 3 เข้ากับพอร์ท HDMI ด้านหลังทีวี และเสียบสาย USB เพื่อต่อไฟเลี้ยง รอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ Set Up

 

  1. เสียบ Chromecast 
  2. ติดตั้งแอป Google Home Google Home app โดยดาวน์โหลดแอป Google Home ในอุปกรณ์ Chromecast ที่รองรับ Android
  3. ตรวจสอบว่าคุณเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตกับเครือข่าย Wi-Fi เดียวกันกับที่จะใช้ตั้งค่าอุปกรณ์ Chromecast แล้ว
  4. เปิด Google Home Google Home app
  5. ทำตามขั้นตอนต่างๆ

    1. หากไม่เห็นขั้นตอนในการตั้งค่า Chromecast ให้ทำดังนี้
      1. ที่ด้านซ้ายบนของหน้าจอหลักของแอป Google Home ให้แตะเพิ่ม   ตั้งค่าอุปกรณ์  ตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่
      2. ทำตามขั้นตอนที่เหลือ
  6. ตั้งค่าสำเร็จ อุปกรณ์พร้อมใช้งานแล้ว

 

ตัวอย่างการเชื่อมต่อ

 

 

หน้าตาตอนแสตนด์บาย พร้อมใช้งานก็จะมีรูปสวย ๆ จากทั่วทุกมุมโลกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ดู

 

แคสต์วิดีโอจากแอปที่พร้อมใช้งาน Chromecast ไปยัง TV

การแคสต์ไปยัง TV เป็นวิธีการง่ายๆ ในการใช้งานแอปที่คุณชื่นชอบที่มีการปรับให้แสดงบนหน้าจอขนาดใหญ่ คุณยังสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่หรือแท็บเล็ตเป็นรีโมตและควบคุมทุกอย่างตั้งแต่การเล่นไปจนถึงการปรับระดับเสียง มาเริ่มกันเลย

ดูวิดีโอสาธิตใน YouTube ได้ที่ท้ายบทความนี้ หรืออ่านวิธีการทีละขั้นตอนที่ด้านล่าง

ก่อนที่จะเริ่มแคสต์

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย Wi-Fi
  2. อุปกรณ์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้แคสต์ต้องใช้เครือข่าย Wi-Fi เดียวกันกับ Chromecast 
  3. คุณจะต้องใช้แอปเวอร์ชันล่าสุดที่พร้อมใช้งาน Chromecast ซึ่งคุณตรวจสอบได้ทุกเมื่อว่าใช้เวอร์ชันล่าสุดอยู่หรือไม่ โดยไปที่ Google Play Store หรือ Apple App Store แล้วมองหาการอัปเดตแอป

แคสต์จากแอปที่พร้อมใช้งาน Chromecast ไปยัง TV

  1. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้แคสต์นั้นใช้เครือข่าย Wi-Fi เดียวกันกับ Chromecast หรือ TV ที่มี Chromecast ในตัว 
  2. เปิดแอปที่พร้อมใช้งาน Chromecast
  3. แตะปุ่ม "แคสต์" Inactive cast extension  หมายเหตุ: ปุ่ม "แคสต์" ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันในทุกแอปที่พร้อมใช้งาน Chromecast 
  4. แตะอุปกรณ์ที่คุณต้องการแคสต์ไป
  5. เมื่อคุณเชื่อมต่อแล้ว ปุ่ม "แคสต์" จะเปลี่ยนสีให้คุณทราบว่าคุณกำลังเชื่อมต่ออยู่
  6. คุณก็จะแคสต์วิดีโอ ภาพยนตร์ และรายการทีวีไปยัง TV ได้โดยตรง
  7. หยุดแคสต์ด้วยการแตะปุ่ม "แคสต์" จากนั้น ยกเลิกการเชื่อมต่อ
 

ตัวอย่างหน้าตาตอนสั่งเล่น Spotify จากสมาร์ทโฟน

 

 

แคสหน้าจออุปกรณ์ Android  ไปยัง Chromecast

ขั้นตอนที่ 1 แคสหน้าจอจากอุปกรณ์ Android

  1. ตรวจสอบว่าโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกับอุปกรณ์ Chromecast
  2. เปิดแอป Google Home Google Home app
  3. แตะว่าต้องการแคสต์หน้าจอไปยังอุปกรณ์ใด
  4. แตะแคสต์หน้าจอของฉัน  จากนั้น แคสต์หน้าจอ

ขั้นตอนที่ 2 ปรับระดับเสียงระหว่างการแคสต์หน้าจอ Android

  1. เปิดแอป Google Home Google Home app
  2. แตะอุปกรณ์ของคุณแล้วปรับระดับเสียง

ขั้นตอนที่ 3 หยุดแคสหน้าจอจากอุปกรณ์ Android

จากแอป Google Home

  1. ตรวจสอบว่าโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกับอุปกรณ์ Chromecast
  2. เปิดแอป Google Home Google Home app
  3. แตะอุปกรณ์ จากนั้น หยุดการมิเรอร์ 

การทำ Screen Mirroring (Android) ก็ทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่าการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android นั้นทำได้ 100% เลยทีเดียว ส่วนการใช้งานกับสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS 

นั้นอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือไม่สามารถทำ Screen Mirroring ได้โดยตรง (ต้องโหลดแอปเพิ่มเติม ส่วนการแคสคอนเทนท์ต่าง ๆ จาก PC ทำได้โดยผ่าน Chrome Browser 
 
 
ตัวอย่าง Screen Mirroring iOS 
 
 
 

แคสต์จากคอมพิวเตอร์ ไปยัง Chromecast

แคสต์แท็บจาก Chrome

  1. เปิด Chrome ในคอมพิวเตอร์
  2. ที่ด้านขวาบน ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น แคสต์
  3. เลือกอุปกรณ์ Chromecast ที่คุณต้องการดูเนื้อหา
    • หากกำลังใช้ Chromecast อยู่ เนื้อหาจะแทนที่สิ่งที่อยู่ในทีวี
  4. เมื่อแคสต์เสร็จแล้ว ที่ด้านขวาของแถบที่อยู่ ให้คลิกแคสต์ แคสต์ จากนั้น หยุดแคสต์

สิ่งที่คุณจะเห็นใน Chrome

  • คุณจะเห็น "จอภาพ" จอแสดงผล เมื่อแท็บแสดงอยู่ในทีวี
  • คุณจะเห็น "กำลังแคสต์" Active cast extension ที่ด้านขวาของแถบที่อยู่ ข้างส่วนขยาย

แคสต์วิดีโอและสื่อ

  1. คลิกแคสต์ แคสต์ ที่วิดีโอหรือสื่อที่คุณกำลังดูอยู่
  2. คุณจะเห็นวิดีโอหรือรูปภาพทั้งในคอมพิวเตอร์และทีวีแต่จะได้ยินเสียงจากทีวีเท่านั้น เสียงของแท็บและแอปอื่นจะยังคงเล่นในคอมพิวเตอร์

แคสต์หน้าจอคอมพิวเตอร์

คุณแสดงทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยใช้ Chrome ใน Mac, Windows และ Chromebook ได้

หมายเหตุ: หากต้องการฟังเสียงในทีวีให้ใช้คอมพิวเตอร์ Windows

  1. เปิด Chrome ในคอมพิวเตอร์
  2. ที่ด้านขวาบน ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น แคสต์
  3. ที่ด้านบน ให้คลิกลูกศรลง ลูกศรลง ข้าง "แคสต์ไปยัง"
  4. คลิกแคสต์เดสก์ท็อป
  5. เลือกอุปกรณ์ Chromecast ที่คุณต้องการดูเนื้อหา

แคสต์เพลงและวิดีโอจากคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Chrome ในคอมพิวเตอร์
  2. ที่ด้านขวาบน ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น แคสต์
  3. ที่ด้านบน ให้คลิกลูกศรลง ลูกศรลง ข้าง "แคสต์ไปยัง"
  4. คลิกแคสต์ไฟล์
  5. เลือกไฟล์
  6. เลือกอุปกรณ์ Chromecast ที่ต้องการให้เล่นไฟล์

วิธีรีเซ็ต Chromecast เป็นค่าเริ่มต้น

การรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นจะรีเซ็ตอุปกรณ์ Chromecast เป็นการตั้งค่าเริ่มต้น

จากอุปกรณ์ Chromecast

ในขณะที่เสียบ Chromecast เข้ากับ TV ให้กดปุ่มที่อยู่ด้านข้าง Chromecast ค้างไว้ ไฟ LED จะกะพริบเป็นสีส้ม เมื่อไฟ LED เปลี่ยนเป็นสีขาว ให้ปล่อยปุ่ม จากนั้น Chromecast จะเริ่มต้นใหม่

จากแอป Google Home

หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่คุณยังมีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายที่ตั้งค่า Chromecast ไว้  

  1. เปิดแอป Google Home Google Home app
  2. แตะอุปกรณ์ Chromecast จากนั้น การตั้งค่า 
  3. ที่ด้านขวาบน ให้แตะเพิ่มเติม More menu จากนั้น รีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น  จากนั้น รีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น